ตัวเคลื่อนไหว
วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554
Palio
Palio (ปาลิโอ) อีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวเขาใหญ่ Project ต่อยอดจาก Primo Posto ที่สุดจะ Chic ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเพราะการเดินจากกรุงเทพฯที่ไม่ไกลนัก Palio ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกๆปีที่เขาใหญ่
การที่เขาใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปพักผ่อนปีละกว่า 1,000,000 คน มีโรงแรมที่พักมากกว่า 3,000 ห้อง มีบ้านพักตากอากาศกว่า 6,000 หลัง สนามกอล์ฟมาตรฐาน 6 สนาม มีอัตราการเติบโตของชุมชนคนกรุงเทพฯที่เขาใหญ่มากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ในทุกๆปีตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาใหญ่กลายเป็นสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆของประเทศ
ปาลิโอ เขาใหญ่ คือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเขาใหญ่ โดยมี 5 ผู้ร่วมหุ้นได้แก่ คุณอำนาจ คีตพรรณนา สถาปนิก และนักจัดสวนมือทองของประเทศ คุณพิษณุ นิลกลัด กูรูกอล์ฟชื่อดังของเมืองไทย คุณวิชัย วราศิริกุล อัครราชทูต กรมเอเชียคะวันออก กระทรวงต่างประเทศ คุณวินัย ธาดาสีห์ เจ้าของพรีโม พอสโต และคุณธีรพจน์ จรูญศรี ประธานกรรมการบริหาร บ.จุลดิศ ดีเวลลอป จก. (ซึ่งคุณพิษณุ คุณวินัย และคุณวิชัย เป็นกลุ่มเพื่อนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ13) โดยได้เชิญสื่อมวลชนจากหลายสาขาไปเยี่ยมชมโครงการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา
ปาลิโอ หรือ Palio เป็นภาษาอิตาเลียน ความหมายคือรางวัล ซึ่งทางกลุ่มเจ้าของโครงการต้องการให้เป็นรางวัลกับชุมชนคนเขาใหญ่โครงการปาลิโอประกอบด้วยร้านค้าเล็กๆน่ารักแบบถนนคนเดินสไตล์อิตาเลียน ผู้ออกแบบมีความรักและประทับใจในสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาเลียนหลังจากเดินทางไปท่องเที่ยว และศึกษาดูงานมานานหลายปี นอกจากโครงสร้างที่โดดเด่นสวยงามเป็นเอกลักษณ์แล้ว ภายในโครงการยังได้นักจัดสวนระดับแถวหน้าสุดของประเทศไทยคือ คุณอำนาจ คีตพรรณา มาเนรมิตสวนสวยรายล้อมตัวอาคารร้านค้าให้โครงการสวยงามยิ่งขึ้น
โครงการปาลิโอ เขาใหญ่ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ หลักกิโลเมตรที่ 17 ติดกับโรงแรมจุลดิศ เขาใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา ภายในมีร้านค้ากว่า 140 ร้าน ประกอบด้วย ธนาคาร ร้านอาหารไทย อิตาเลียน ญี่ปุ่น ศูนย์อาหารที่คัดสรรแล้วว่าอร่อยจริง ลานเบียร์ ร้านขายยา ร้านขายของที่ระลึก พืชผักปลอดสารพิษ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เครื่องเสียง
นอกจากนั้นในทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายอาทิ ดนตรีในสวนจากนักร้องดังๆ นิทรรศการภาพถ่าย ประกวดกล้วยไม้ ภาพเขียน เป็นต้น ส่วนบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น คุณสุรางค์ เปรมปรีดิ์ คุณนุสบา ปุณณกันต์ คุณอรุโณชา ภานุพันธุ์ ได้จองร้านค้าเพื่อทำธุรกิจที่ปาลิโอเรียบร้อยแล้ว โดยปาลิโอ เขาใหญ่ กำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2552 นี้
วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554
8 วิธีดีๆ นอนหลับอย่างสุขใจไร้กังวล
สมองและร่างกายใช้เวลาช่วงนอนหลับในการบำรุงซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สึกหรอ เพื่อให้ร่างกายมีประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน ในวันรุ่งขึ้น การนอนหลับที่เพียงพอ จึงมีความสำคัญต่อ คุณภาพชีวิต ที่ดีของเรา หากท่านสังเกตดูคนที่นอนไม่เพียงพอ หรืออดนอนนานๆ ประสิทธิภาพต่างๆ ในการทำงานจะลดลงเนื่องจากสมองล้า ร่างกาย อ่อนเพลีย และขาดสมาธิ นอกจากนี้ในผู้ที่นอนไม่หลับเรื้อรัง อาจมี ความวิตกกังวลตึงเครียดง่าย โดยเฉพาะอย่างช่วงเวลาจะเข้านอน เตียงนอนอาจเป็น ที่ไม่สบอารมณ์ได้ง่าย เมื่อถึงเวลานอนเวลานอนกลายเป็นที่ๆ ทำให้วิตก กังวลเมื่อนึกถึงว่า คืนนี้จะหลับได้หรือไม่ หรือคืนนี้คงไม่หลับ อีกตามเคยอย่างไรก็ตาม อาการนอนไม่หลับและอาการวิตกกังวล ตึงเครียด เหล่านี้สามารถลดลงหรือหายไปได้ หากมีการปฏิบัติสุขอนามัยการนอนหลับ (sleep hygiene)และฝึกให้มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมการนอนหลับ ซึ่งทุกคนสามารถปฏิบัติได้เอง
1.การเข้านอนและตื่นนอนตรงเวลาทุกวันจะทำให้เกิดความเคยชิน อยากนอนและตื่นเมื่อถึงเวลา และหากในคืนที่ถัดมาท่านนอนดึกกว่าปกติ ท่านควรตื่นสายหน่อยหรือตรงเวลาเดิมดี คำตอบที่ถูกคือ พยายามตื่นตรง เวลา แม้ท่านจะง่วงในระหว่างวันบ้าง แต่ตกดึกท่านจะหลับได้อย่างรวดเร็ว ลุกจากเตียงนอนทันทีเมื่อตื่น เปิดหน้าต่างสัมผัสแสงสว่างช่วงเช้าๆ (6-7นาฬิกา) กายบริหารหลังตื่นเบาๆ สัก10-15นาที ก่อนทำกิจกรรม อื่นต่อไป จะช่วยให้สมองและร่างกายตื่นตัว สามารถปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้ดีกว่า
2.หลีกเลี่ยงการงีบหลับในระหว่างวัน เพราะจะรบกวนการนอนที่ต่อเนื่อง ในตอนกลางคืนได้ สำหรับท่านที่ง่วงจนทนไม่ไหวอาจงีบช่วงกลางวันสั้นๆ ไม่เกิน30นาที กายบริหาร หรือออกกำลังกายสม่ำเสมออย่าง3-4ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วงเช้าตรู่หรือตอนเย็น จะช่วยลดความตึงเครียดทางร่างกายและอารมณ์ แต่ไม่ควรปฏิบัติค่ำเกินไป เพราะจะรบกวนการนอนหลับได้ อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ช่วงเย็นถึงก่อนนอน ไม่ควรดื่ม คาเฟอีน เกินวันละ2ครั้ง หลีกเลี่ยงการดื่มกาเฟอีนช่วงบ่ายลงๆ ถึงเวลานอน อย่าสูบ บุหรี่ก่อนนอนหรือกลางดึก
3.อย่านอนเล่นนานๆ บนเตียงไม่ใช้เตียงนอนเป็นที่สำหรับอ่านหนังสือ ดูทีวี หรือทำงานอื่นๆ การปฏิบัติกิจกรรมที่ไม่ใช่การนอนหลับบนเตียง จะเร้า ความรู้สึกตื่นในขณะที่เราอยากหลับได้
4.ปรับอุณหภูมิที่พอดีในขณะหลับ ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ห้องนอน ที่เงียบและมืด จะช่วยให้เกิดการนอนหลับที่ดี อาหารมื้อเย็นควรเป็นอาหารมื้อเบาๆ หลีกเลี่ยงอาหารประเภท เนื้อ หรือ โปรตีนมากๆ และหากทานอาหารมื้อก่อนนอนด้วย ควรเป็นเพียงนมหรือ อาหารประเภทมอลล์สกัด น้ำผลไม้ก็เพียงพอแล้ว การนอนหลับจะเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายและอารมณ์อยู่ในสภาพผ่อนคลาย ดังนั้นขณะเข้านอนหากร่างกายและอารมณ์อยู่ในสภาพตึงเครียดไม่ผ่อนคลาย จะไม่สามารถหลับลงอย่างง่ายดาย จึงควรจัดช่วงเวลาสำหรับผ่อนคลายอารมณ์เป็นกิจวัตรประจำวัน ช่วง1-2ชั่วโมง ก่อนเข้านอน โดยหลีกเลี่ยง การทำงานหรือกิจกรรมที่ตึงเครียด1-2ชั่วโมงก่อนเข้านอน และหากท่าน เป็นคนตึงเครียดง่าย หรือมีเรื่องที่ต้องขบคิดจำนวนมากตลอดวัน แนะนำ ให้ปฏิบัติดังนี้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ หลังอาหารมื้อเย็น จดลำดับเรื่องต่างๆ ที่ทำให้ คิด หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เช้า และวางแผนจัดการ แต่ละเรื่อง อย่างคร่าวๆ สั้นๆ ให้ปฏิบัติทุกวันจนเคยชิน
5.หากท่านเข้านอน15-30นาที แล้วยังไม่หลับ ให้ลุกจากเตียง หาอะไร ทำเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง เปิดเฉพาะแสงไฟอ่อนๆ หลีกเลี่ยงการดูทีวี ฟังข่าว(เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ตื่น) กลับมาที่เตียง เมื่อง่วงเท่านั้น อย่านอนแช่ อยู่บนเตียงโดยไม่หลับถึงเช้า เพราะจะกระตุ้น ให้เกิดความวิตกกังวล เมื่อเข้า นอนในคืนถัดๆ มาหากไม่ง่วงเลย อาจใช้ยา ช่วยให้หลับเป็นครั้งคราวได้
6.การปฏิบัติสุขอนามัยการนอนที่ถูกต้อง และการขจัดพฤติกรรม ที่รบกวนการนอน ฝึกให้มีพฤติกรรม ที่ส่งเสริมการนอนหลับที่ดี ควรปฏิบัติ ต่อเนื่องอย่างน้อย6-10สัปดาห์ พบว่า ช่วยให้เกิดการนอนหลับที่ง่ายขึ้น
7.ในผู้ที่เพิ่งเริ่มมีอาการนอนไม่หลับควรปฏิบัติ สุขอนามัยการ นอนหลับ และปรับพฤติกรรมการนอนตั้งแต่แรก จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา นอนไม่หลับ เรื้อรังได้
8.ในผู้ที่ใช้ยาช่วยให้หลับต่อเนื่องมานานกว่า3-6เดือน หากหยุดยา ทันทีอาจเกิดอาหารนอนไม่หลับใหม่ จำเป็นต้องค่อยๆ ลดยาลงเรื่อยๆ ร่วมกับการปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น จนสามารถ หยุดยาลงได้ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพึ่งยานอนหลับจะดีที่สุด
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553
Christmas
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553
รู้ไหม? กินขนมปังปิ้งทำให้แก่ไว
จะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ข้อเท็จจริงนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่า การที่เรารับประทานขนมปังปิ้งบ่อยๆ ติดต่อกัน จะทำให้เราแก่ชราลงอย่างรวดเร็ว และเป็นโรคเรื้อรังขึ้นได้
ข้อเท็จจริงนี้ถูกยืนยันโดย โจเซฟีน ฟอร์บส์ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันโรคหัวใจและเบาหวาน ไอดีไอ ที่ ได้ทำการศึกษาอาหารสามัญต่างๆ ตั้งแต่ขนมปังปิ้ง ครัวซองต์ ว่าขนมปังเหล่านั้นสามารถก่อสารเคมี ซึ่งกำลังเป็นที่สงสัยกันว่าทำให้เราแก่ลงได้อย่างรวดเร็ว และเป็นโรคเรื้อรังได้ โดยสารเคมีนั้นมีชื่อว่า เอจีอีส์ อยู่ในอาหาร นับตั้งแต่อาหารที่มีเนื้อสัตว์บดละเอียด ไปจนถึง เครื่องดื่มอัดลมและกาแฟ
แล้วทราบรึเปล่าว่าการที่มีสารเอจีอีส์ สะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไปจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกายของเรา ... เชื่อเถอะว่าคาดไม่ถึงแน่ๆ เพราะสารเคมีเอจีอีส์นั้นจะให้เราสามารถเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคผิวหนังเหี่ยวย่นซึ่งผิวที่มีอายุก็จะเหี่ยวย่นและมีการสะสมของเม็ดสีทั้งนี้อาหารที่อาจก่อนให้เกิดสารเคมีเหล่านี้ได้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแปรรูปที่มีปริมาณน้ำตาลหรือปริมาณไขมันสูง และผ่านการปิ้ง ย่าง หรือการทอดด้วยอุณหภูมิสูง
วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพ่อ วันพ่อแห่งชาติ
ซึ่งนอกจากพระองค์จะเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดา ทรงทะนุบำรุงพระราชโอรสธิดาด้วยความรัก และทรงอบรมอนุศาสน์ให้ทรงเจริญวัยสมบูรณ์ และทรงบำเพ็ญคุณานุประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทแล้ว พระองค์ยังทรงพระมหากรุณาทะนุบำรุงจัดทุกข์ผดุงสุขพสกนิกรถ้วนหน้า พระองค์ทรงเป็น “พ่อแห่งชาติ” ที่อาณาประชาราษฎร์เทิดทูนด้วยความจงรักภักดี สำนักในพระมหากรุณาธิคุณ และยึดมั่นในการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการทะนุบำรุงชาติบ้านเมืองให้วัฒนาถาวรสืบไป
วัตถุประสงค์ของการจัด วันพ่อแห่งชาติ ที่คณะผู้ริเริ่มกำหนดคือ
- เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม
- เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ
- เพื่อให้ผู้เป็นพ่อ สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน
วันที่ ๕ ธันวาคม นอกจากจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และเป็นวันพ่อแห่งชาติแล้ว ยังถือว่าว่าวันนี้ เป็น “วันชาติของไทย” อีกด้วย
โดยทั่วไป “วันชาติ” มักจะหมายถึง วันเฉลิมฉลองที่ประเทศนั้นๆได้รับอิสรภาพ เป็นเอกราช หรือเป็นวันสถาปนาประเทศ รัฐ ราชวงศ์ วันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ วันเกิดประมุขของรัฐ หรืออาจจะเป็นวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อื่นๆ แต่มักจะถือเป็นวันหยุดประจำของชาติ ซึ่ง “วันชาติ” ของแต่ละประเทศจะเป็นวันใด ก็ขึ้นอยู่กับการกำหนดของประเทศนั้นๆ เช่น ประเทศโมร็อกโก ตรงกับวันที่ ๒ มีนาคม สหรัฐอเมริกา ตรงกับวันที่ ๔ กรกฎาคม ฝรั่งเศสตรงกับวันที่ ๑๔ กรกฎาคม อินโดนีเซียตรงกับวันที่ ๑๗ สิงหาคม บราซิลตรงกับวันที่ ๗ กันยายน และเคนย่าตรงกับวันที่ ๑๒ ธันวาคม เป็นต้น
“วันชาติ” ของประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีเพียงวันเดียว แต่ก็มีบางประเทศเช่นกันที่มี “วันชาติ” มากกว่าหนึ่งวัน ทั้งนี้เพราะประเทศนั้นๆ อาจจะนับวันที่ได้รับเอกราชหรือวันที่ปลดแอกจากการเป็นอาณานิคม และวันที่มีการสถาปนาการปกครองขึ้นใหม่ ซึ่งอาจจะมิใช่วันเดียวกัน แต่เป็นวันสำคัญเสมือนวันชาติเท่าๆกัน เช่น ประเทศปากีสถาน จะมีวันชาติตรงกับวันที่ ๒๓ มีนาคม ที่เขาเรียกว่า “Republic Day” และวันที่ ๑๔ สิงหาคม เป็น “Independence Day” ส่วนฮังการี ก็มีถึง ๓ วันคือ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๐ สิงหาคม และ ๒๓ ตุลาคม สำหรับจีน นอกจากจะมีวันชาติตรงกับวันที่ ๑ ตุลาคม แล้ว ที่ฮ่องกง อันเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ที่มีขึ้นหลังจากอังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้จีนก็มีการเฉลิมฉลองวันที่ตรงกับวันสถาปนาการปกครองพิเศษนี้ขึ้น ในวันที่ ๑ กรกฎาคม อีกด้วย
สำหรับประเทศไทย เราเคยได้มีการกำหนดให้วันที่ ๒๔ มิถุนายน เป็น “วันชาติ”ของไทย ด้วยถือว่าวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย โดยได้มี ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง “วันชาติ” ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ โดย พ.อ.พหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น และได้มีการเฉลิมฉลองวันชาติ ๒๔ มิถุนายน ครั้งแรกในปีพ.ศ. ๒๔๘๒ ในสมัยจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี
วันที่ ๒๔ มิถุนายน เป็น “วันชาติ” ของไทยอยู่นานถึง ๒๑ ปี ครั้น วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๐๓ สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้มี ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง เรื่อง ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย โดยให้เหตุผลว่า
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นว่า ตามที่ได้กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันชาติไทยในวันที่ ๒๔ มิถุนายน นั้น ได้ปรากฏในภายหลังว่า มีข้อที่ไม่เหมาะสมหลายประการ ในด้านประชาชนและหนังสือพิมพ์ก็ได้เสนอแนะให้พิจารณาในเรื่องนี้หลายครั้งหลายคราว คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา โดยมีพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
คณะกรรมการจึงมีความเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามขนบประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นหลักการสมัครสมานสามัคคีรวมจิตใจของบุคคลในชาติโดยทั่วกัน จึงสมควรจะถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทยต่อไป โดยยกเลิกวันชาติ ในวันที่ ๒๔ มิถุนายนเสีย
ดังนั้น นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ประเทศไทยจึงได้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับวันที่ ๕ ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันชาติ” ของไทย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ตามปกติ การจัดงาน “วันชาติ” ของประเทศต่างๆก็จะมีกิจกรรมและรูปแบบแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่ก็มักจะมีการกล่าวสุนทรพจน์ การจัดขบวนพาเหรดเฉลิมฉลอง การจุดพลุดอกไม้ไฟอย่างเอิกเกริก รวมไปถึงการแสดงมหรสพต่างๆ เป็นต้น แต่ในประเทศไทย เนื่องจากวันชาติ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งมีกิจกรรมเฉลิมฉลองอยู่แล้ว กอปรกับประเทศไทยยังไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครมาก่อน และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็คุ้นชินกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างที่เห็นกันอยู่ปัจจุบัน
ดังนั้น “วันชาติ” ของเราจึงดูเหมือนไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าใดนัก เพราะชาวไทยทุกหมู่เหล่าล้วนตัองการจัดกิจกรรมเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พ่อหลวงของแผ่นดิน” มากกว่าประเด็นอื่น อย่างไรก็ดี หากเราจะระลึกว่าวันนี้ ก็เป็น “วันชาติ”ของไทยด้วย แล้วจัดกิจกรรมต่างๆที่จะแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อ “ประเทศชาติ” ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และความเสียสละมาอย่างยาวนานเช่นไร ก็อาจจะทำให้ วันนี้ มีความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553
Song => No Me Digas Que No
W
Yandel
Ay Ay Ay!
No me lastimes más el Corazón
(Deja la incertidumbre)
Que no tengo siete vidas
Como un gato ni mala intención
Yo no soy como un juguete
De tu diversión
No me trates como un niño
Que perdido va sin dirección
(Señora)
No me digas que no
No me digas que no
Yo me quedo contigo
Aunque sea prohibido
No digas que no
No me digas adiós
No me digas adiós
Que tus labios no miente
Yo se lo que sientes
No digas que no
(Solo te pido confianza
Yandel)
No me digas que
No quiero arreglar la situación
Pensar en ti
Ese fuego y esa pasión
Que antes sentías cuando me mirabas
Que antes sentías cuando me tocabas
Si te vas no se que haré
Eres la razón por la cual seguiré
Aquí, esperando por ti
(Estamos envueltos)
Hasta que tomes tu dedicación
Y vengas a mí
No me digas que no
No me digas que no
Yo me quedo contigo
Aunque sea prohibido
No digas que no
No me digas adiós
No me digas adiós
Que tus labios no miente
Yo se lo que sientes
No digas que no
(Consejo
Haga lo que sienta su corazón)
Sin hacer ruido
Acércate y calladita vente conmigo
Si lo consigo
Puedo ser tu novio
Tu amante o tu amigo
Ella me mira, yo la miro
Suspiro, sentidos
Nos revolcamos en la cama
Y se me aceleran los latidos
Mírame no digas que no
Que la noche acaba de empezar
Nos espera nuestra habitación
(Tu mirada me dice que quieres)
No me digas que no
No me digas que no
Yo me quedo contigo
Aunque sea prohibido
No digas que no
No me digas adiós (Solo tu y yo)
No me digas adiós
Que tus labios no miente
Yo se lo que sientes
No digas que no
(Yo soy tuyo y tu eres mía)
No me digas que no
(No me digas que no)
No me digas que no
(No me digas que no)
Yo me quedo contigo
Aunque sea prohibido
No digas que no
No me digas adiós
(No me digas adiós)
No me digas adiós
(No me digas adiós)
Que tus labios no miente
Yo se lo que sientes
No digas que no
(Escucha bien lo que va decir Yandel)
Yo solo quiero que confíes en mi

Yo solo quiero darte amor
Que me mires y digas que si
(Y que no lo piense)
Entregando tu cuerpo sin discusión
(Víctor "El Nazi")
Quisiera nena de ti disfrutar
(Una colaboración de Nesty "La Mente Maestra")
La noche acaba de comenzar
El champagne acaba de llegar
(Enrique Iglesias)
Vamos a pasarla bien
Por Favor...
